สิ่งต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ถือว่าเป็นวิกฤตใหญ่ในรอบ100ปีเลยก็ว่าได้ เพราะเนื่องจากมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นจำนวนมาก และยังมีผู้เสียชีวิตอีกไม่ใช่น้อยๆ นอกเหนือจากการเสียชีวิตแล้วโควิด-19ยังทำให้ระบบเศรษฐกิจในหลายๆประเทศถึงขั้นชะงักตัวลง และขาดสภาพข้องตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อการขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับและหาวิธีป้องกันและรักษากันไปจนกว่าเชื้อไวรัสจะหายไป และแน่นอนว่าหลังจากที่เชื้อไวรัสโควิด-19หมดไปแล้วจะมีหลายๆสิ่งเป็นไปแน่นอน วันนี้OLE98 จะมาคาดเดากันว่าจะมีสิ่งไหนเปลี่ยนไปบ้าง

โควิด-19ผ่านไป สิ่งใหม่ๆกำลังจะเริ่ม

1. การสวนกระแสโลกาภิวัตน์ (deglobalization) จะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น แล้วก็ทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกเปลี่ยนอย่างเร็ว: ในตอน 2 ปีที่ล่วงเลยไปก่อนกำเนิดวิกฤตคราวนี้ พวกเราได้มองเห็นหลายประเทศใช้แนวนโยบายแบบย้ำตัวเอง (inward-looking policy) หรือป้องกันทางด้านการค้า (protectionism) อย่างแจ่มแจ้งกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการทำศึกกิจการค้าที่ปะทุขึ้นโดยผู้นำโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สหรัฐอเมริกา ที่ผลักดันให้บริษัทชนชาติอเมริกันกลับมาผลิตในประเทศเยอะขึ้นเรื่อยๆและก็กีดกั้นการค้าขายจากต่างแดน เรื่องนี้กลับมาแจ้งชัดมากขึ้นไปอีกด้วยวิกฤตโควิด-19 ที่กำลังตอกย้ำซ้ำเติมความเชื่อถือของฝั่งขวาจัดรวมทั้งผู้ไม่สนับสนุนโลกาภิวัตน์ว่า การพึ่งพาระบบการผลิตระหว่างชาติมากเกินความจำเป็นเกิดเรื่องอันตราย ซึ่งจะรีบแนวทางการเปลี่ยนของห่วงโซ่อุปทานโลกที่มีอยู่แล้วให้ยิ่งเร็วทันใจมากขึ้นเรื่อยๆ พูดอีกนัยหนึ่ง ประเทศต่างๆจะหันมาพึ่งพิงห่วงโซ่อุปทานในประเทศตัวเองมากขึ้นอีก และก็กระจัดกระจายการเสี่ยงด้านการสร้างและก็ขายของโดยไม่พึ่งแม้กระทั่งประเทศใดประเทศหนึ่งแค่นั้น 

2. ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านสาธารณสุข จะได้รับการปรับปรุงให้ทั่วถึงและก็เท่าเทียมมากขึ้นเรื่อยๆ: วิกฤตโควิด-19 สร้างแรงกดดันให้รัฐบาลหลายประเทศหันมาตั้งใจรากฐานด้านสาธารณสุขของพลเมืองและไม่ปลดปล่อยให้กลไกตลาดเป็นตัวจัดแจงดังที่เคยเป็น โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ที่ระบบสาธารณสุขไม่มีระบบรับรองสุขภาพถ้วนหน้า วิกฤตคราวนี้แสดงให้เห็นว่าการที่บุคคลจะเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้หรือเปล่านั้นไม่สมควรคือเรื่องของแต่ละคนอีกต่อไป เพราะเหตุว่าคนคนหนึ่งแท้จริงๆแล้วเป็นพาหะของโรคอยู่ แต่ว่าไม่อาจจะไปใช้บริการตรวจเชื้อไวรัสได้ไพเราะเพราะพริ้งชำระเงินค่าตรวจไม่ไหวทั้งที่ต้องการไป แล้วก็อาจจะดำเนินชีวิตแบบเดิมตามเดิม ทำให้แพร่โรคระบาดถัดไปให้คนอื่นโดยไม่ได้คาดคิดได้ จนกระทั่งสุดท้ายการควบคุมโรคในรูปภาพรวมจะทำเป็นยากลำเค็ญ แล้วก็เป็นเหตุส่วนใดส่วนหนึ่งที่ทำให้สหรัฐอเมริกา จะต้องพบเจอกับวิกฤตการแพร่ระบาดยิ่งนักกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆตามที่ปรากฏในขณะนี้ตามยอดผู้ติดโรคในสหรัฐอเมริกา ที่มากขึ้นอย่างเร็วแซงหน้าอิตาลีไปแล้ว ฉะนั้น ข้างหลังพ้นวิกฤตคราวนี้ พวกเราบางทีอาจได้มองเห็นหน้าที่ที่มากขึ้นของระบบเมืองผลประโยชน์ในแต่ละประเทศก็เป็นไปได้


3. สังคมจะก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป: ทุกวิกฤตย่อมเหลือร่องรอย (legacy) ไว้เสมอ ย้อนกลับไปในยุคการระบาดของโรคซาร์สในปี 2545 ก็สร้างจุดแปลงสำคัญสำหรับในการใช้เทคโนโลยีออนไลน์อย่างอีคอมเมิร์ซในจีนให้มาได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนอย่างมาก โดยยิ่งไปกว่านั้นอาลีบาบารวมทั้งเจดีดอทคอม ด้วยเหตุว่าผู้คนเลี่ยงการได้รับเชื้อจากพื้นที่สาธารณะรวมทั้งหันมาสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ออนไลน์มากยิ่งขึ้น มาถึงวิกฤตคราวนี้ก็จะทิ้งรอยไว้เช่นเดียวกัน โดยเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมให้ร้านขายของและก็ห้างแบบเริ่มแรกจำเป็นต้องรีบปรับปรุงอย่างก้าวกระโจนเพื่อแย่งชิงตลาดจากการค้าแบบออนไลน์มากยิ่งขึ้นอีก และก็เทคโนโลยีดิจิทัลหลายจำพวกที่มีมานานสุดแท้แต่ยังปลอดคนใช้กันมากเท่าไรนัก 

วิกฤตคราวนี้กลับบังคับให้คนจำต้องหันมาใช้เทคโนโลยีพวกนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง และก็สร้างช่องทางต่อยอดให้มีผู้เล่นในตลาดเยอะขึ้นเรื่อยๆ เช่น แพลตฟอร์มที่ช่วยติดต่อระยะไกล จัดสัมมนา หรืออีเวนท์ ซึ่งผู้ซื้อจะกำเนิดความใกล้ชิดแล้วก็แปลงความประพฤติปฏิบัติหันมาใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืน นอกเหนือจากนั้น ถึงแม้ว่าจะสถานศึกษาก็จำต้องปรับปรุงไปใช้ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ชดเชยทั้งสิ้นในตอนวิกฤต ซึ่งบางทีอาจกลับโฉมระบบการเรียนรู้โลกไปอย่างสิ้นเชิงข้างหลังล่วงเลยวิกฤตแล้ว และก็ในที่สุดแต่ว่าไม่ในที่สุด ผู้คนบางครั้งอาจจะกลัวการใช้เงินสดหรือแบงค์ เนื่องจากกระดาษบางทีอาจเป็นพาหะของเชื้อโรคได้ถึงแม้พ้นวิกฤตวัววิด-19 ไปแล้ว รวมทั้งจะเริ่มเคยชินกับการดูแลรักษาสุขลักษณะอย่างเข้มงวดไปจนกระทั่งการใช้ชีวิตประจำวันที่พิจารณาถึงความปลอดภัยต่อร่างกาย ด้วยสาเหตุพวกนี้จะก่อให้ระบบการจ่ายเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นที่นิยมมากขึ้นได้

4.การหารายได้ผ่านออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผู้คนเริ่มหันมาสนใจการหารายได้ทางออนไลน์ต่างๆมากขึ้น เพราะต้องเก็บตัวอยู่แต่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งนานๆ ดังนั้นแล้วหลังจากผ่านพ้นเหตุการเชื้อไวรัสโควิด-19ระบาด งานผ่านทางออนไลน์จะมีมากขึ้นอย่างแน่นอน และคงจะหนีไม่พ้นการเล่นคาสิโนออนไลน์ด้วยเช่นกัน เพราะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้คนที่อยู่บ้านมีรายได้ขึ้นมาตามจำนวนที่เขาต้องการ ถ้าหากข้องใจหรือสงสัยสามารถเข้ามาได้ที่ www.ole98fx.com

คะแนนของเรา
ให้คะแนนของบทความ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *